carekoon-clicin

Just another WordPress site

แบบอย่างของความเข้าใจผิดใน “การเทรดหุ้น” ที่มักทำให้เกิดผลเสียและไม่ดีต่อพอร์ตของพวกเรา ดังเช่นว่า การเทรดเป็นแนวทางการทำผลกำไร ให้ได้อย่างเร็ว ? จะต้องเฉลี่ยวฉลาดถึงจะเป็นเทรดเดอร์ที่ดี ? ควรมีเงินทุน luciabet มากถึงจะได้โอกาสได้กำไรจากตลาด ? จำเป็นต้องทราบดีว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตลาดก็เลยจะได้กำไร ? เทรดชนะมากยิ่งกว่าแพ้ถึงจะมั่งมี ? ความเชื่อผิดๆเกี่ยวกับหุ้นอ

1. การเทรดเป็นวิธีการทำผลกำไรให้ได้อย่างเร็ว ?

แต่ว่าเรื่องจริงแล้วสิ่งจำเป็นสำหรับ “การเทรดหุ้น”หมายถึงการเล่าเรียนที่จะรักษาเงินลงทุนเอาไว้ให้ได้ก่อน

2. จะต้องฉลาดหลักแหลมถึงจะเป็นเทรดเดอร์ที่ดี ?

จริงๆแล้ว ถึงพวกเราจะมีความฉลาดทางสติปัญญามากถึง 180 ก็จะไม่ช่วยอะไร ถ้าเกิดพวกเรายังเทรด luciabet เกินความสามารถ ไม่ควบคุมการเสี่ยง และไม่มีวินัย เทรดเดอร์ที่ไปถึงเป้าหมายหมายถึงผู้ที่รู้เรื่องอย่างครบถ้วนถึงความรู้ความเข้าใจ สำหรับเพื่อการควบคุมความประพฤติของตนเอง

3. จะต้องมีเงินทุนมากถึงจะได้โอกาสทำเงินจากตลาด ?

แต่ว่าสำหรับเทรดเดอร์ที่เก่งสามารถทำเงินโดยมิได้ขึ้นกับขนาดของเงินทุนในความจริง ถึงแม้ว่ามีเงินเยอะแค่ไหนในพอร์ต ก็สามารถจะสูญเสียเงินทั้งสิ้นไปได้อย่างเร็วเท่าๆกับพอร์ตขนาดเล็ก

4. จำเป็นต้องทราบดีว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้นกับตลาดถึงจะมีผลกำไร ?

แต่ว่าอันที่จริงแล้วจำเป็นต้องรู้เรื่องว่า พวกเราไม่อาจจะทราบได้อย่างแน่แท้ว่าอะไรกำลังจะเกิดขึ้น การคิดถึงอยู่เป็นประจำว่า “ทุกๆการเทรด สามารถจบลงด้วยการขาดทุนได้”

5. เทรดชนะมากยิ่งกว่าแพ้ถึงจะมั่งคั่ง ? พวกเราบางครั้งก็อาจจะเคยทราบเกี่ยวกับ ‘อัตราส่วนระหว่างการเสี่ยงรวมทั้งผลตอบแทน (Risk Reward Ratio)’ กันมาบ้าง รวมทั้งแม้รู้เรื่องมันก็จะรู้ดีว่าพวกเราไม่มีความสำคัญจำเป็นต้องเทรดชนะเสมอถึงจะสร้างผลตอบแทนจำนวนไม่ใช่น้อยได้

ตลาดหุ้นรวมทั้งการลงทุนในหลักทรัพย์นั้นเป็นที่เก็บของมนุษย์ที่มีทั้งยังความมักมากความคาดหมายรวมทั้งความหวาดกลัว ผ่านเข้ามาและก็ผ่านไป ด้วยคำตอบที่ต่างกันออกไป บางบุคคลก็บรรลุผลสำเร็จ ผู้คนจำนวนไม่ใช้น้อยก็บาดเจ็บอย่างหนักกันไป ทำให้ไม่คิดย้อนกลับมาเข้ามาในตลาดอีก เป็นจุดเริ่มต้นกลุ่มคำยอดนิยมและก็ความเลื่อมใสไม่ถูกๆเกี่ยวกับการลงทุนในตลาดหุ้น การเล่นหุ้นตลอดมา ซึ่งถ้าเกิดปักใจเชื่อแบบนี้อาจจะทำให้สูญเสียจังหวะสำหรับในการลงทุนได้ วันนี้พวกเราจะมาดูกันว่าความเชื่อพวกนั้นมีอะไรบ้างและก็พวกเราจะก้าวผ่านสิ่งกลุ่มนี้ไปได้ยังไง

1. คนจนเล่นหวยคนรวยเล่นหุ้น

กลุ่มคำสุดได้รับความนิยมที่ทุกคนจะต้องเคยได้ฟัง เนื่องจากการลงทุนในหุ้นพวกเราควรมีเงินเพียงพอเหลือเก็บนิดหน่อยนึง โดยยิ่งไปกว่านั้นในสมัยก่อน การเปิดบัญชีควรจะมีเงินปริมาณพอสมควร การซื้อหุ้น 1 ครั้ง ได้แก่ หุ้นบริษัทปูนซิเมนต์ไทยราคา 400 กว่าบาทจำเป็นที่จะต้องซื้ออย่างน้อย 100 หุ้น ด้วยเหตุผลดังกล่าวควรจะมีเงิน 4 หมื่นกว่าบาท แล้วสำหรับในการจำหน่ายหุ้น 1 ครั้ง แต่ว่าในทุกวันนี้ บริการทางการลงทุนมีนานาประการเพิ่มขึ้น ท่านสามารถซื้อกองทุนหุ้นหรือซื้อเศษหุ้นสะสมได้ ดังเช่น จะใช้เงินซัก 1,200 บาทซื้อหุ้นปูนซิเมนต์ทาย 3 หุ้นก็สามารถทำเป็น หรือจะใช้บริการที่เขาเรียกว่า dollar cost average ( dca ) ให้โบรคเกอร์ทำตัดบัญชีเข้าไปซื้อหุ้นด้วยจำนวนเงินเท่าๆกันทุกเดือน เริ่มด้วยเงินปริมาณน้อยมากเพียงแค่เดือนละ 1,000 บาท ท่านก็สามารถกระทำออมหุ้นได้แล้วฉะนั้นในตอนนี้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวคำพูดที่ว่าคนยากจนเล่นลอตเตอรี่คนร่ำรวยเล่นหุ้นนั้นไม่เป็นจริงแล้วครับผม ผู้ที่มิได้มั่งคั่งก็สามารถลงทุนได้หุ้นได้สิ่งเดียวกัน มิได้มีความจำกัดอะไรมากไม่น้อยเลยทีเดียวอีกต่อไป คนใดจำต้องจะเล่นอะไรก็เล่นได้ จะเล่นสลากกินแบ่งก็ไปเล่นแม้กระนั้นชี้แนะให้ลงทุนในหุ้นดีมากยิ่งกว่า แล้วก็คุณไม่จำเป็นที่จะต้องร่ำรวยก่อนถึงเข้ามาในตลาดเป็นผู้ที่มีฐานะปานกลางก็พอลงทุนได้ขอรับ

2. ตลาดหลักทรัพย์เป็นบ่อนการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ข้อนี้ผมขอแย้งอย่างแรงครับผม เพราะนักเล่นการพนันส่วนใหญ่ล้วนแล้วจะต้องใช้โชคเข้ามาเกี่ยวโยงสำหรับเพื่อการเล่น บางเวลาดวงขึ้นก็จะได้เงินกลับออกไป แม้กระนั้นหากดวงไม่ดีก็จะเสียเงินเสียทองให้กับบ่อนแทบทั้งหมด ดังนั้นแล้วบ่อนการพนันเป็นสิ่งที่พวกเราไม่สมควรเข้าไปข้องเกี่ยวถูกไหมนะครับ ตอนนี้การเปรียบเทียบว่า ตลาดค้าหุ้นนั้น ราวกับเป็นบ่อนการพนันที่ถูกต้องตามกฎหมายนั้นค่อนจะเป็นข้อกล่าวหาที่ร้ายแรงไปนิดหน่อยนึง ความไม่เหมือนก็คือผู้เล่นในตลาดหลักทรัพย์นั้นได้โอกาสที่จะชนะได้บรรลุผลสำเร็จได้เสมอภาคโดยสิ่งที่จะแยกผู้ชนะออกมาจากผู้แพ้ก็คือ “วิชาความรู้” ซึ่งจะมีผลให้พวกเราเข้าไปในตลาดด้วยทัศนคติที่ต่างจากการเป็นนักเสี่ยงโชค

วิชาความรู้นั้นมีอยู่ 3 ประการก็คือ 1.วิชาความรู้ในเรื่องของว่าอะไรเป็นการลงทุนอะไรไม่ใช่ 2. วิชาความรู้ในเรื่องของสินค้าการลงทุนรวมทั้งชั้น 3 เป็นวิชาความรู้สำหรับเพื่อการทำเงินจากการลงทุนนั้น แน่ๆครับผมถ้าเกิดท่านเข้าไปในตลาดค้าหุ้นด้วยสมองที่รกร้างไม่มีความรู้อะไร ได้โอกาสขอรับที่จะจำต้องขาดทุนรวมทั้งเจ็บออกมา ซึ่งเค้าเหล่านั้นที่ไม่ประสบผลสำเร็จ ก็เลยได้ออกมาสรุปว่าการลงทุนในตลาดค้าหุ้นซึ่งก็คือเปรียบเทียบกับการเป็นบ่อนการพนันที่ถูกตามกฎหมายซึ่งเป็นทัศนคติที่ผิดจะต้อง

3. พวกเราควรเป็นคนฉลาดหลักแหลมถึงจะบรรลุผลสำเร็จสำหรับการลงทุนได้

ที่จริงแล้วความเกี่ยวเนื่องระหว่างความฉลาดกับการประสบความสำเร็จสำหรับในการลงทุนนั้นมีน้อยมาก เซอร์ไอแซก นิวตัน คุณมีความคิดว่าฉลาดหลักแหลมหรือเปล่า? ผมว่าเข้าขั้นอัจฉริยะเลยถูกไหมนะครับ ท่านศึกษาค้นพบทฤษฎีแรงโน้มถ่วงของนิวตัน และประสบผลสำเร็จทางวิทยาศาสตร์อย่างยิ่ง อย่างไรก็ตาม เมื่อท่านมาลงทุนก็ได้เจอกับการขาดทุนอย่างมากในตอนคริสต์ศตวรรษที่ 18 โดยลงทุนบริษัทเซ้าท์ซี ได้กำไรมาในหนแรก ก็เลยลำพองใจและก็ไปลงทุนมากขึ้น ปรากฏว่าติดภูเขาทำให้สูญเสียเงินโดยประมาณ 200 ล้านบาท ถ้าเกิดเปรียบเทียบเป็นค่าเงินในขณะนี้

วอร์เรน บัฟเฟต นักลงทุนชั้น 1 ของโลก บอกว่าถ้าหากคุณหรูหราความฉลาดทางสติปัญญา เกิน 125 ไปแล้ว ก็ไม่มีสาระเสริมเติมในการลงทุนแล้ว อัจฉริยะไปก็เพียงแค่นั้น เอาจริงเอาจังๆเป็น เป็นคนเดินดินนี่แหละ พอเพียง! ขอให้รู้หนังสือ คิดเลขได้ จบมัธยมถึงปริญญาตรีผ่านการเล่าเรียนพื้นฐานมา ก็พอเพียงแล้ว สำหรับเพื่อการที่จะศึกษาเล่าเรียนประเด็นการลงทุนและก็ลงมือปฏิบัติให้ไปถึงเป้าหมายได้

จะมองเห็นได้ว่า 3 ข้อของความเชื่อถือไม่ถูกๆล้วนเป็นสิ่งที่บั่นทอนทัศนคติที่ดีของพวกเราสำหรับในการที่จะเริ่มเข้ามาลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ เปลี่ยนเป็นปัญหาในขั้นแรกของผู้คนจำนวนมาก สิ่งที่จำเป็นต้องแปลงหมายถึงอย่าทำให้ความความนึกคิดพวกนั้นมาครอบครอง ให้ทดลองเข้ามา ด้วยวิชาความรู้ที่ถูก รอบคอบ แม้กระนั้นอย่าไปกลัวกระทั่งเกินความจำเป็น เพียงแค่เนื่องจากว่าคนโน่นบอกแบบนั้นคนนี้กล่าวแบบงี้ ซึ่งล้วนเป็นเพียงแค่ความคิดเห็นเฉพาะบุคคลของคนที่ประสบความล้มเหลวเพียงแค่นั้น ให้มาทดลองดูเรียนการลงทุนก่อน เริ่มศึกษาแบบค่อยๆเป็น ค่อยๆไป จากจำนวนเงินลงทุนน้อยๆก่อนก็ได้ แล้วจะพบว่ามิได้น่าสยอง หรือ ยากเกินความสามารถของพวกเรานะครับ

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *